ความสำเร็จในชีวิต

ในยุคสมัยที่ “เวลา” เป็นสิ่งมีค่า ส่งผลให้ความอดทนในการ “รอ” ของคนค่อยๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทุกคนชื่นชอบความรวดเร็วทันใจตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่าง “ความฝัน” และ “ความสำเร็จในชีวิต” เราใช้จำนวนขวบปีของการสร้างฐานะเป็นเกณฑ์วัดคุณค่าและความสามารถของผู้คน จนกลายเป็นกับดักที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง หากเราไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ขณะอายุยังน้อยตามที่สังคมหรือใครก็ตามคาดหวัง แต่ความเป็นจริงก็คือ กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในคืนเดียว จริงอยู่ว่าบางคนรังสรรค์ความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็ถือเป็นจำนวน “น้อยในน้อย” เมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศ และไม่ใช่ทุกความฝันที่สามารถทำให้เป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว ดังเช่นเรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้

ความสำเร็จในชีวิตจะมาเมื่อถึงเวลาเหมาะสม


ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน เด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวยากจน พ่อประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน อาศัยอยู่ในย่านสลัมคลองเตย พ่อของเด็กชายรักในเสียงดนตรีและการร้องเพลง จึงปลูกฝังลูกชายให้รักในดนตรีเช่นเดียวกัน แต่เพราะความขัดสน ไม่สามารถซื้อเครื่องดนตรีให้ลูกได้ จึงทำได้แค่สอนให้ลูกชายฟังและใช้จินตนาการในการแกะเสียงโน้ตเพลง และพยายามหาเงินส่งให้เด็กชายได้เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนนาฏศิลป์ ที่นี่ทำให้เด็กชายได้รู้จักเครื่องดนตรีอย่างเปียโน ด้วยความสนใจใฝ่รู้ เด็กชายยอมตื่นแต่เช้ามืดไปโรงเรียนเพื่อแอบดูครูซ้อมเปียโนตอนเช้า แอบดูหนังสือโน้ตเพลงที่ครูใช้ แล้วใช้เงินที่เก็บหอมรอมริบจากการเก็บเศษขยะขายหาซื้อหนังสือเล่มดังกล่าวเพื่อมาแอบฝึกเอง แต่เนื่องจากเขาอ่านโน้ตเพลงไม่เป็น จึงทำได้แค่แอบฟังครูซ้อมทุกวัน แล้วจำแต่ละท่อนมาฝึก ทำเช่นนี้หลายต่อหลายเดือนจนสามารถเล่นตามได้ทั้งที่อ่านโน้ตเพลงไม่ออก

pages-sheet-music

ภาพประกอบจาก www.freepik.com

ด้วยความต้องการฝึกฝน เขาจึงเริ่มอาสาเล่นคีย์บอร์ดให้วงดนตรีกลางคืนในคาเฟ่โดยไม่รับค่าจ้าง แม้จะอ่านโน้ตไม่เป็นและเล่นไม่ได้ตามที่นักร้องต้องการ แต่เขาก็อดทนต่อเสียงด่าทอ พากเพียรฟังและสังเกตุจนแกะเพลงต่างๆ ที่วงนิยมเล่นได้ครบทั้งหมด ทว่าด้วยฝีมือเท่านี้ คงยังไม่สามารถใช้ทำงานหารายได้ช่วยครอบครัวได้ เด็กชายจึงตระเวนอาสาเล่นที่คาเฟ่และคลับหลายสิบหลายร้อยแห่ง ทุกครั้งที่ถูกต่อว่ายามเล่นเพลงบางเพลงไม่ได้ เขาจะกลับมาฝึกฝนต่อที่บ้านจนสามารถเล่นได้ในวันถัดไปทุกครั้ง เขาทำเช่นนี้เดือนต่อเดือน ปีต่อปี จนอ่านโน้ตเพลงเป็นและเล่นทั้งคีย์บอร์ดและเปียโนได้อย่างเก่งกาจ

เด็กชายก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม เขาเริ่มแกะเพลงตามสมัยนิยม แล้วนำมาลองเรียบเรียงใหม่เป็นสไตล์ของตัวเอง เพื่อฝึกปรือความสามารถที่มีให้ดียิ่งขึ้น และยังหมั่นแอบซ้อมเปียโนที่โรงเรียนนาฏศิลป์อย่างหนัก เมื่อทางโรงเรียนทราบ จึงยินยอมและสนับสนุนให้เขาสามารถใช้เปียโนซ้อมได้เท่าที่ต้องการ โดยเฉพาะเมื่อว่างจากการเล่นดนตรีในคาเฟ่ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังแสวงหาโอกาสเล่นดนตรีในงานสังสรรค์ต่างๆ เพื่อให้ได้ร่วมงานกับนักดนตรีที่มีประสบการณ์โชกโชน และขอคำแนะนำและฝึกปรือตนเองอยู่ตลอด จนมีฝีมือเป็นที่ยอมรับ สามารถสอบบรรจุเป็นครูสอนดนตรีที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ และสามารถเข้าทำงานที่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศได้ ปัจจุบันชายหนุ่มคนนั้นคือมิวสิกไดเร็กเตอร์ โปรดิวเซอร์ และนักดนตรีฝีมือแพรวพราวที่สุดในเมืองไทยนามว่า หนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม

ถามว่าความสำเร็จแบบคุณหนึ่ง จักรวาลสามารถเลียนแบบหรือสร้างได้ภายในเวลาไม่กี่ปีใช่หรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” แล้วบนโลกนี้เฉพาะเส้นทางดนตรีเท่านั้นหรือ ที่ต้องใช้เวลาและประสบการณ์ที่บางครั้งอาจจะทั้งชีวิตในการกรุยทางเดินให้ตัวเอง คำตอบก็คือไม่อีกเช่นกัน ดังนั้น การที่เรายังไม่ประสบความสำเร็จใวันนี้ จึงไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนไม่เอาไหนหรือไร้ความสามารถ แต่เพราะความสำเร็จไม่เคยได้มาง่ายๆ ต้องอาศัยความมานะบากบั่นที่มากพอ ฝึกฝน อดทน ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา รวมถึงอดทนรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงตอนนั้น ความสำเร็จในชีวิต จะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาคุณเองถึงมือ

5 สิ่งที่ควรทำหากอยากประสบความสำเร็จ
อ่านบทความสร้างแรงบันดาลใจอื่นๆ ได้ที่นี่

: 02 255 8206
: info@sptm-th.com
: https://www.facebook.com/sptmthailand/
Line : @sptmthailand

© 2017 MLM by SPTM Thailand

logo-footer