เติมไฟ

ไม่ว่าเราจะเป็นคนสดใสร่าเริง มองโลกในแง่ดี หรือเปี่ยมพลังและสร้างสรรค์ขนาดไหน ก็ย่อมมีภาวะ “หมดไฟ” หรือ Burnout Syndrome กันทุกคน แม้ชื่อเรียกอาจจะดูไม่รุนแรงนัก แต่หากปล่อยให้ร่างกายและจิตใจเผชิญอาการนี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียไปถึงด้านอื่นๆ ในชีวิตอย่างคิดไม่ถึงได้ การหาทางป้องกันเยียวยาอาการหมดไฟจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใครที่กำลังหมดไฟ (หรือกำลังจะหมด) มาหาทางแก้ไขอาการนี้กับเราดีกว่า

5 วิธีเติมไฟให้ลุกโชน!


1. นอนหลับพักผ่อน

นอนหลับ

ถึงจะดูเป็นทางแก้ปัญหาที่เบสิก แต่ระหว่างนอนหลับสมองจะหลั่งสารเซโรโทนิน (สารแห่งความสงบ) และเคมีบำรุงต่างๆ ออกมา ซึ่งสารเหล่านี้ช่วยให้การทำงานของเซลล์สมองและระบบประสาทดีขึ้น ส่งผลต่อสมาธิและอารมณ์ของคุณโดยตรง สังเกตุได้จากคนอดนอนทั้งหลายที่ประสิทธิภาพการทำงานลดลง สมาธิสั้น อารมณ์ไม่ปกติ ตรงข้ามกับคนนอนหลับเต็มอิ่มที่ร่างกายและสมองจะสดชื่น ปลอดโปร่ง อารมณ์แจ่มใส กระปรี้กระเปร่า พร้อมสำหรับกิจกรรมต่างๆ ของวันใหม่ การนอนหลับจึงเปรียบเสมือนการชาร์จแบตให้ร่างกายนั่นเอง

2. งดดูสมาร์ทโฟน

สมาร์ทโฟน

แม้สมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีด้านการสื่อสารจะช่วยย่อโลกให้เล็กลงเหลือแค่ปลายนิ้ว แต่นั่นก็แปลว่าทุกอย่างสามารถ “เข้าถึง” คุณได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแมสเสจจากเจ้านาย อีเมล์จากลูกค้า แชทจากเพื่อนร่วมงาน โซเชียลมีเดีย รวมถึงการเล่นโทรศัพท์ก่อนเข้านอน ที่แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะกระตุ้นให้สมองตื่นตัวจนเกิดปัญหานอนไม่หลับและพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเครียดและเหนื่อยล้าให้คุณโดยไม่รู้ตัวจนพาหมดไฟในการทำอย่างอื่น และบั่นทอนความสงบสุขของคุณ ดังนั้นถ้าอยากเติมไฟให้ตนเอง คุณต้องแข็งใจห่างจากโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตสักพักแล้วไปสนใจอย่างอื่นจะดีกว่า

3. ทำสิ่งที่ชอบ

ทำสิ่งที่ชอบ

เมื่อใดที่อ่อนล้า หมดกำลังใจลองหันไปหาสิ่งที่คุณชอบดู อาจเป็นงานอดิเรกหรือความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬากลางแจ้ง ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ ช้อปปิ้ง ดูภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งปาร์ตี้กับก๊วนเพื่อน เพราะสมองของมนุษย์ไม่สามารถอดทนกับความจำเจและสิ่งที่ไม่ชอบได้นาน การทำกิจกรรมที่มีความสุขถือเป็นการให้รางวัลแก่ตัวเอง เปิดโอกาสให้หัวใจได้เก็บเกี่ยวความสุขและแปรเป็นพลังสำหรับเริ่มต้นใหม่ในวันต่อๆ ไป

4. ออกกำลังกาย

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด และช่วยให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (สารแห่งความสุข) ออกมา คุณจึงรู้สึกสดชื่น โล่ง และวิตกกังวลน้อยลงทุกครั้งหลังออกกำลังกาย ถือเป็นการเติมไฟให้ใจที่กำลังจะมอดดับได้ดีไม่น้อย การออกกำลังในช่วงเวลาที่เหมาะสมยังช่วยเรื่องการนอนหลับ ภาวะอารมณ์ สมาธิ และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายอีกด้วย

5. เลิกกดดันตัวเอง

เลิกกดดันตัวเอง

หลายครั้งที่สาเหตุของการหมดไฟไม่ได้มาจากใครอื่น แต่มาจากความกดดันของตัวเราเอง ในโลกการทำงานยิ่งคุณมีประสบการณ์เท่าไร งานที่ได้รับมอบหมายยิ่งทวีความยากขึ้นเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณจะเผลอจินตนาการถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายด้วยความกลัว กลัวอุปสรรค กลัวล้มเหลว กลัวคำตำหนิติเตียน ทำให้พลังบวกในตัวถูกบั่นทอนลงไป ลองปรับความคิดใหม่โดยมุ่งเน้นการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่กังวลถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด และค่อยๆ ทำอย่างรอบคอบ ย้ำกับตัวเองว่าความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่คือบทเรียนที่สอนให้เราถี่ถ้วนมากขึ้นต่างหาก

บนเส้นทางชีวิต เราต่างต้องเผชิญหน้ากับทั้งความทุกข์และความสุขสลับกันไป ยามทุกข์อย่าลืมว่าเคยมีสุข ยามสุขให้เผื่อใจถึงความทุกข์ที่อาจเกิดขึ้น พลังใจของเราก็เช่นกัน มีช่วงมาก มีช่วงน้อย มีช่วงหมด ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่ทนต่อความซ้ำซากจำเจน่าเบื่อหน่าย สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อหัวใจถูก Burnout ไปแล้วต้องเยียวยาตัวเองอย่างไรให้กลับมามีพลังอีกครั้ง เพราะมนุษย์เราไม่ต่างจากปลา และมีเพียง “ปลาเป็น” เท่านั้นที่ว่ายทวนน้ำ…

: 02 255 8206
: info@sptm-th.com
: https://www.facebook.com/sptmthailand/
Line : @sptmthailand

© 2017 MLM by SPTM Thailand

logo-footer