ครีมกันแดด

เมืองร้อน (มากกกก) อย่างประเทศไทยทำให้เราต้องใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวหนังทั้งผิวหน้าและผิวกายจากแสงอาทิตย์อันร้อนแรง ซึ่งครีมกันแดดในท้องตลาดก็มีมากมายให้เลือก แตกต่างกันที่ค่า SPF และเจ้า SPF นี่แหละค่ะที่เป็นหัวใจสำคัญของการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับไลฟสไตล์ของเรา แล้ว… SPF ที่ว่าคืออะไรล่ะ? ต้องเลือกใช้ครีมกันแดด SPF เท่าไรถึงจะดีนะ?

“SPF” ใน “ครีมกันแดด” คืออะไร ใช้แค่ไหนถึงดี?


ก่อนอื่นเรามารู้จักการทำงานของครีมกันแดดกันก่อนนะคะ ครีมกันแดดมีหน้าที่ปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการดูดซับรังสี ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง แบ่งได้เป็น UVA และ UVB ค่ะ

ส่วน SPF นั้นมาจากคำว่า Sun Protection Factor หมายถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVB หนึ่งในตัวการร้ายทำลายผิว (สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับรังสี UV เพิ่มเติมได้ที่นี่) ส่วนตัวเลขด้านหลังคือระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผิวทนแดดได้มากกว่าปกติ โดยคิดเป็นเท่าตัว (แต่มีข้อแม้ว่าต้องทากันแดดปริมาณไม่ต่ำกว่า 2 มิลลิกรัมต่อผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตรนะคะ) เช่น สมมุติให้ผิวปกติของเราสู้แดดได้ 20 นาทีถึงจะเริ่มแสบผิว เมื่อใช้ครีมกันแดด SPF 15 ผิวจะทนแดดมากขึ้น 15 เท่า เท่ากับ 20×15 = 300 นาทีหรือ 5 ชั่วโมงนั่นเองค่ะ ทั้งนี้ระยะเวลาที่ผิวของแต่ละคนทนแดดได้ก็ไม่เท่ากันนะคะ อย่างคนผิวขาวมากๆ จะทนได้ประมาณ 10 นาที ส่วนคนผิวเข้มจะทนได้ประมาณ 20 นาทีค่ะ

sunscreen ครีมกันแดด

ภาพจาก www.freepik.com

แสดงว่าครีมกันแดด SPF ยิ่งสูงก็ยิ่งดีอย่างนั้นหรือ?

แม้ค่า SPF ที่ต่างกันของครีมกันแดดจะส่งผลต่อระยะเวลาที่ช่วยให้ผิวทนแดดมากขึ้น แต่หากเทียบกันแล้ว ค่า SPF สูงๆ ปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ไม่ต่างจากค่าน้อยๆ เท่าไหร่เลย อย่างครีมกันแดด SPF 15 ป้องกันรังสี UVB ได้ 93%  ครีมกันแดด SPF 30 ป้องกันได้ 97% ส่วนครีมกันแดด SPF ตั้งแต่ 50 ขึ้นไปป้องกันได้ 98% ค่ะ

ผู้หญิงทาครีมกันแดด

ภาพจาก www.hellokpop.com

แล้วต้องเลือก SPF เท่าไหร่กันแน่นะ?

ครีมกันแดดมิรัส SPF 32

หากเราไม่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องโดนแดดนานๆ และอยู่ในที่ร่มเป็นหลัก SPF 30 – 35 ก็เพียงพอแล้วในการปกป้องผิว เพราะการใช้ครีมกันแดดเอสพีเอฟสูงเกินไปอาจหนักเกินไปสำหรับผิวหรือก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ สำหรับผู้ที่เล่นกีฬากลางแจ้งหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องเสียเหงื่อ อาจเลือกใช้ครีมกันแดด SPF 40 – 50 ชนิดกันน้ำเพื่อการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

ถ้าสาวๆ คนไหนอยากได้ครีมกันแดดสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่เป็นภาระให้ผิวจนเกินไป ลองหันมาใช้ MIRUS SUNVEIL E ครีมกันแดดเนื้อน้ำนม SPF 32 IR Filter ที่ไม่เพียงปกป้องผิวจากรังสี UVA UVB แต่เหนือกว่าด้วยการป้องกันรังสี Infrared ที่ทำลายชั้นผิวได้ลึกกว่ารังสี UV พร้อมเทคโนโลยี Fitting Powder ให้เนื้อครีมซึมซาบเร็วและเรียบเนียนหลังทา ไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่สร้างภาระให้ผิว ผสานคุณสมบัติ Natural Veil Powder ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดโดยไม่ทำให้เกิดคราบขาวแม้เหงื่อออก รวมถึงป้องกันผิวแห้งจากการเสียน้ำ ช่วยสมานผิว และลดอาการระคายเคืองอีกด้วย หากใครสนใจอยากลองใช้ MIRUS แล้วละก็ สามารถติดต่อเราได้จากช่องทางต่างๆ ด้านล่างนี้เลยนะคะ

: 02 255 8206
: info@sptm-th.com
: https://www.facebook.com/sptmthailand/
Line : @sptmthailand

© 2017 MLM by SPTM Thailand

logo-footer